Monthly Archives: พฤศจิกายน 2017

Helpful News & Tips

PKCD ร่วมประชุมระดมสมอง Smart City Forum จัดโดย นิด้า

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้จัดการประชุมระดมสมอง Smart City Forum ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “ ยุทธศาสตร์การพัฒนาชุมชนเมืองอัจฉริยะและอสังหาริมทรัพย์ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนของไทย ” ในวันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 ณ ห้องประชุม 202 ชั้น 2 อาคารสยามบรมราชกุมารี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร ในการประชุมระดมสมองครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อสร้างโจทย์วิจัยในการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่เหมาะสมกับบริบทประเทศไทย โดยการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาควิชาการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน และเพื่อพัฒนาข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่เหมาะสมสำหรับการพัฒนาเมือง ชุมชน และอสังหาริมทรัพย์ให้เกิดความน่าอยู่ ยั่งยืน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “บทบาทของสถาบันอุดมศึกษาในการเป็นศูนย์กลางความรู้ด้านการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ”  โดย ศาตราจารย์ ดร.กำพล ปัญญาโกเมศ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และการนำเสนอประเด็นการพัฒนาชุมชนเมืองเดิมและพื้นที่เมืองที่มีศักยภาพโดยผู้บริหารบริษัทพัฒนาเมือง 6 แห่ง ดังนี้ 1.       บริษัท ขอนแก่นพัฒนาเมือง จำกัด (KKTT) โดย คุณสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย ประธานกรรมการ 2.       บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด (PKCD) โดย คุณก้าน ประชุมพรรณ์ ประธานกรรมการบริหาร 3.       บริษัท ระยองพัฒนาเมือง จำกัด (RYCD) โดย คุณภูษิต ไชยฉ่ำ กรรมการผู้จัดการ 4.       บริษัท กรุงเทพพัฒนาเมือง จำกัด (BKCD) โดย คุณแดน เหตระกูล กรรมการผู้จัดการ 5.       บริษัท สมุทรสาครพัฒนาเมือง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด (SKCD) โดย คุณธนชัย เรืองชัยสิทธิ์ กรรมการ 6.      

เรื่องเล่าขาน…. ตำนานรักสะพานสารสิน ภูเก็ต

คนภูเก็ตต้องเคยได้ยินเรื่องราวที่เล่าขานต่อ ๆ กันมา ถึง “ตำนานรักสะพานสารสิน” ตำนานโศกนาฏกรรมแห่งความรัก เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในจังหวัดภูเก็ต หนุ่มสาว 2 คนที่ตัดสินปัญหาด้วยการใช้ผ้าขาวม้าผูกต่อกันมัดตัวเองกระโดดจากกลางสะพานสารสินลงสู่พื้นน้ำ กลายเป็นโศกนาฏกรรมเมื่อ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2516 ทีมงานบริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง ขอหยิบยกเรื่องนี้มาเป็นเรื่องเล่าให้คนสมัยนี้ได้รับรู้ถึงเรื่องราวในอดีต ที่เล่าถึงสะพานสารสินภูเก็ต บางท่านก็อาจจะเคยได้ยินมาแล้ว แต่สำหรับบางท่านที่ยังไม่เคยได้รับรู้เรื่องนี้ ตำนานจะเป็นอย่างไร ไปดูกันค่ะ!     “สะพานรักสารสิน” เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มหญิงสาวที่แตกต่างกัน ด้วยชาติตระกูลและฐานะทางสังคม จุดเริ่มต้นความรักครั้งนี้ มาจากชายหนุ่มขับรถโพถ้อง (รถสองแถว) ชื่อว่า “โกดำ แซ่ตัน” และหญิงสาวชื่อ “กิ๋ว กาญจนา แซ่หงอ” ชาวตำบล ท่าฉัตรไชย จังหวัด ภูเก็ต เขาทั้งสองคนหลงรักซึ่งกันและกัน แต่ก็เกิดอุปสรรคที่สังคมในขณะนั้นยัดเยียดให้พวกเขา คือ เรื่องของความแตกต่างทางฐานะ โดยโกดำเป็นเพียงคนธรรมดาขับรถโพถ้องหาเช้ากินค่ำ ส่วนกิ๋ว คือ นักศึกษาวิทยาลัยครู ผู้เพียบพร้อมไปด้วยชาติตระกูลและฐานะทางสังคม     ความรักที่สดใสของทั้งคู่ต้องกลายเป็นภาพความมืดมนและสิ้นหวัง เพราะถึงจะรักกันมากขนาดไหน แต่ในสายตาคนรอบข้างโดยเฉพาะครอบครัวของกิ๋ว พ่อได้พิพากษาความรักของลูกสาวกับโกดำผู้ด้อยค่าในทันทีที่ทราบเรื่อง เพราะพ่อเลี้ยงกิ๋วแบบเผด็จการไม่ให้อิสระทางความคิด และมุ่งหวังให้แต่งงานกับคนฐานะดี มีชาติตระกูลเท่านั้น ถึงแม้กิ๋วจะโตจนมีอาชีพเป็นครูแล้ว พ่อก็ยังกีดขวางทุกหนทางเพื่อให้ความรักต้องห้ามในสายตาของเขาสิ้นสุดให้จนได้ โกดำเป็นของแสลงในจิตใจพ่อของกิ๋วอย่างไร้เหตุผลที่จะผ่อนปรนลงได้     ฟังดูแล้วเหมือนทั้งโกดำและกิ๋ว ต้องเจออุปสรรคที่การครองรักด้วยสภาพสังคม พวกเขาจึงใช้ความพยายามทุกวิถีทางเพื่อเป็นบทพิสูจน์ให้ผู้เป็นพ่อได้เห็นถึงความรักที่มีให้แก่กัน แต่ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ไม่เป็นผล เมื่อพ่อของฝ่ายหญิงไม่ยอมเปิดใจ หลายครั้งที่กิ๋วถูกพ่อทำร้ายร่างกายทั้งกักขังและทุบตี เพราะเธอแอบลักลอบพบกับโกดำ พ่อก็ยังไม่ละความพยายามในการยัดเยียดลูกสาวให้กับเศรษฐีมีเงินอีกด้วย     ความรักและการพยายามฝ่าฟันอุปสรรคของโกดำและกิ๋ว สามารถชนะใจชาวบ้านท่าฉัตรไชยได้จากการไม่เป็นที่ยอมรับในตอนแรก หลายคนพยายามเกลี้ยกล่อมพ่อของกิ๋วให้ยอมรับโกดำเป็นลูกเขย แต่ก็ไม่ได้รับการยินยอมไม่ว่าจะด้วยวิถีทางใด     เมื่อไม่สามารถสมหวังในรักได้ ทั้งสองคนจึงนัดพบกัน และทั้งสองคนได้เตรียมผ้าขาวม้าผูกมัดหัวใจ แล้วก้าวขึ้นบนราวสะพานสารสิน ตัดสินใจกระโดดลงไปในน้ำเพื่อประสงค์ปลิดชีวิต และปิดฉากความรักของทั้งคู่ การผูกมัดผ้าเข้าด้วยกันอาจสื่อถึงการที่พวกจะได้อยู่คู่กันไม่ต้องพลัดพรากกันอีกต่อไป และทิ้งเรื่องราวความรักอันซาบซึ้ง ให้ผู้คนเบื้องหลังได้เล่าขานสืบต่อกันมา     ตำนานรักสะพานสารสิน เป็นบทเรียนแห่งความรักอีกบทหนึ่งที่ถูกจารึกไว้ในตำนานคู่บ้านคู่เมืองภูเก็ต แม้ว่าจะผ่านไปสักกี่ยุคกี่สมัย ตำนานนี้ก็ต้องบันทึกไว้ อีกทั้งยังเป็นบทเรียนที่ทุกคนควรศึกษาและเข้าใจความหมายของคำว่า “รักที่แท้จริง” เพื่อที่จะได้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตทั้งปัจจุบัน

การประชุมหารือยุทธศาสตร์ การพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคใต้ฝั่งอันดามัน กระบี่ พังงา และภูเก็ต

จังหวัดภูเก็ตและบริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด ร่วมกันจัดประชุมหารือยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคใต้ฝั่งอันดามัน(กระบี่ /พังงา/ภูเก็ต) เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนให้เกิดแนวคิดที่จะนำไปสู่เขตระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้หรือ SEC วันศุกร์ที่ 3 พฤศจิกายน 2560 ณ ห้องเซ้าท์ซีเพิร์ล 1 ชั้น 2 โรงแรมเพิร์ล ภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เวลา 13:00-17:00 น.   นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ,ว่าที่ร้อยตรีอภินันท์ เผือกผ่อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ,นายชาญศักดิ์ ถวิล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา หน่วยงานภาคราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ การท่องเที่ยวและกีฬา ฝ่ายแผนยุทธศาสตร์จังหวัด พร้อมภาคธุรกิจเอกชน หอการค้า สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยว สภาอุตสาหกรรม สมาคมอสังหาริมทรัพย์ และภาคธุรกิจการโรงแรมจากทั้ง 3 จังหวัด ได้เข้าร่วมการประชุมหารือยุทธศาสตร์ การพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคใต้ฝั่งอันดามัน (กระบี่ /พังงา/ภูเก็ต) ในการนี้ นายวิจิตร ณ ระนอง, นายชวน ภูเก้าล้วน, นายธวัช นิรนาทวโรดม, นายสมพงศ์ ดาววิเศษ รวมถึงผู้เกี่ยวข้องในหลายภาคส่วน อาทิเช่น นายธีระยุทธ เอี่ยมตระกูล อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดตรัง การประชุมในครั้งนี้ได้มีการเสวนา หัวข้อ การพัฒนาศักยภาพของภาคใต้ฝั่งอันดามัน ในมุมมองของภาครัฐโดยรองผู้ว่าราชการทั้ง 3 จังหวัด พร้อมทั้งได้นำข้อมูลแผนงานเชิงยุทธศาสตร์ 3 จังหวัดอันดามัน โดยนายสุรยัน เดชรักษา นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดอันดามัน เสวนา หัวข้อ การพัฒนาศักยภาพของภาคใต้ฝั่งอันดามัน   นายสุรยัน เดชรักษา นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ สำนักบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัดอันดามัน   จากนั้นนายวิจิตร ณ

Phuket Smart Bus ต้นแบบความสมาร์ทในระบบขนส่งสาธารณะภูเก็ต

คลอดแล้วค่าาาา ! กับ Phuket Smart Bus รถบัสที่มีความสมาร์ท เป็นต้นแบบที่ช่วยส่งเสริมการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะภูเก็ต วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 บริษัท ภูเก็ต สมาร์ท บัส จำกัด (PKSB) บริษัทในเครือของ บริษัท ภูเก็ตพัฒนาเมือง จำกัด (PKCD) ได้เริ่มผลิตสมาร์ทบัสคันแรก ที่จะเข้ามาพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะจังหวัดภูเก็ตในปี 2561 โดยครั้งนี้ได้นำ “สมาร์ทบัส” มาเปิดตัวในงาน Bus And Truck 2017 งานแสดงเทคโนโลยีรถเพื่อการพาณิชย์และกิจการพิเศษครั้งที่ 14 จัดแสดงในวันที่ 2 – 4 พฤศจิกายน 2560 เวลา 11.00 – 19.00 น. ณ สถานที่ ฮอลล์ EH106 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค คุณก้าน ประชุมพรรณ์ ประธานกรรมการบริษัท คุณวัชร จารุอริยานนท์ กรรมการบริหาร และดร.เผด็จ จินดา กรรมการผู้จัดการ รับมอบ “สมาร์ทบัส” รถโดยสารสาธารณะที่จะเข้ามาพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะในจังหวัดภูเก็ต จาก คุณเฉลิมโชค ล่ำซำ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ล็อกซเล่ย์ และทีมงาน พร้อมทดสอบรถต้นแบบ “Phuket Smart Bus” คันแรก !! ทดสอบระบบการใช้งานต่าง ๆ ทดสอบลิฟท์สำหรับยกรถเข็น เพื่อให้เกิดความสะดวกสบายกับผู้พิการที่ต้องใช้รถเข็น ให้สามารถใช้บริการรถโดยสารสาธารณะได้เหมือนคนปกติทั่วไป นอกจากนั้นได้ทดสอบระบบต่าง ๆ หลังจากจบงานนี้ สมาร์ทบัสต้นแบบคันแรกจะได้นำมาทดสอบวิ่งในจังหวัดภูเก็ตเดือนพฤศจิกายน และในปี 2561 เราจะได้พบกับความสมาร์ทในระบบขนส่งสาธารณะเพิ่มมากยิ่งขึ้น บริษัท

จาก “คนลากรถ” สู่ “รถขนคน” By PKCD

ต้อนรับเดือนพฤศจิกายน 2560 ทีมงาน ภูเก็ตพัฒนาเมือง ( PKCD ) ได้จัดทำบทความที่น่าสนใจ เกี่ยวกับพาหนะขนส่งสาธารณะในจังหวัดภูเก็ต รวบรวมความรู้ต่าง ๆ ความเป็นมาเป็นไปเกี่ยวกับพาหนะขนส่งสาธารณะที่ใช้ในการเดินทางของจังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และในอนาคต จะมีประวัติความเป็นมายังไง ไปดูกันเลย!   พาหนะขนส่งสาธารณะในจังหวัดภูเก็ต   ใครจะรู้ว่าพาหนะขนส่งสาธารณะที่ใช้ในการเดินทางในภูเก็ต มีวิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงมากมาย ในระหว่างปี พ.ศ. 2490 – พ.ศ. 2510 การสัญจรไปมาของคนภูเก็ต ในยุคเริ่มแรกจะใช้ม้าลากเรียกว่า “แบ้เชี้ย” ใช้ควายหรือวัวลากเรียก “หงูเชี้ย” และการใช้คนลากคือ “หล่างเชี้ย” ถือว่าเป็นพาหนะขนส่งสาธารณะที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในยุคนั้น   ขนส่งสาธารณะ “แบ้เชี้ย” “หงูเชี้ย” “หล่างเชี้ย”   ต่อมาก็เริ่มมีการนำ “รถสามล้อ” เข้ามาใช้ เป็นวิวัฒนาการมาจากรถจักรยานสองล้อ เป็นรถจักรยานสองล้อประเภทที่ล้อหน้าสูง และล้อหลังเล็ก เหมือนรถจักรยานที่ละครสัตว์ใช้กัน และได้เปลี่ยนรูปมาเป็นมีสองล้อเท่านั้น เหมือนจักรยานสองล้อในปัจจุบัน   “รถสามล้อ” เป็นวิวัฒนาการมาจากรถจักรยานสองล้อ   เมื่อถามถึงผู้คิดประดิษฐ์ดัดแปลงรถจักยานสองล้อ เป็นรถจักยานสามล้อ เพื่อประโยชน์ในการใช้สอยได้มากขึ้น  ทั้งทางด้านการโดยสารและบรรทุกสิ่งของ ผู้เป็นต้นคิดประดิษฐ์สามล้อ ก็คือ  นายเลื่อน  พงษ์โสภณ  ผู้เป็นต้นคิดประดิษฐ์สามล้อ ก็คือ  นายเลื่อน  พงษ์โสภณ   “รถสามล้อ” ก็กลายเป็นพาหนะขนส่งสาธารณะที่สำคัญในจังหวัดภูเก็ตในยุคนั้น จนมาถึงตอนนี้ก็ยังมีให้เห็นอยู่บ่อยในงาน “ย้อนอดีตเมืองภูเก็ต” แต่ในชีวิตจริงไม่ได้ใช้แล้วนะคะ   “รถสามล้อ” หาชมได้ที่งาน “ย้อนอดีตเมืองภูเก็ต”   เมื่อภูเก็ตมีถนนจึงสะดวกที่จะสัญจรด้วยรถยนต์ โดยมีการนำรถยนต์ที่ใช้ไม้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง และต่อมากลายเป็นรถบรรทุกขนาดเล็กกับขนาดกลางเรียกว่า “รถลอรี่” และรถลอรี่ได้ถูกพัฒนาเพื่อนำมาวิ่งโดยสารเพื่อรับส่งผู้คน ช่างที่มีความสามารถได้ประดิษฐ์ไม้เสริมตกแต่งรถโพถ้อง เพิ่มความสวยงามในภาพรวมให้เป็นอัตลักษณ์เฉพาะถิ่น เป็นยานพาหนะที่สืบต่อถ่ายทอดวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่น   รถลอรี่ได้ถูกพัฒนาเพื่อนำมาวิ่งโดยสารเพื่อรับส่งผู้คน   “รถโพถ้องภูเก็ต” เป็นยานพาหนะที่มีความสวยงามและเต็มไปด้วยเอกลักษณ์ความเป็นภูเก็ตจากอดีตจนมาถึงปัจจุบัน เป็นรถยนต์โดยสารประจำทาง ใช้รับส่งชาวภูเก็ต จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชิวิต เรียกได้ว่าใครมาภูเก็ตยังไม่นั่งรถโพถ้องแสดงว่ายังไม่ถึง !   มาภูเก็ตยังไม่นั่งรถโพถ้องแสดงว่ายังไม่ถึง !   มาถึงยุคปัจจุบัน พาหนะสาธารณะได้ถูกใช้น้อยลง เพราะทุกบ้านมีรถส่วนตัวกันเยอะ ทั้งรถยนต์ และรถเครื่อง (มอเตอร์ไซค์) แต่พาหนะสาธารณะก็ยังคงมีอยู่ ทั้งรถโพถ้อง รถสองแถว รถตู้ Airport Bus